ไม่ถึงหกเดือนหลังพาเชลซีคว้าแชมป์สโมสรโลก เอ็นโซ มาเรสกา ก็ต้องอำลาตำแหน่งเฮดโค้ชของสโมสร ช่วงท้ายการคุมทีมของกุนซือชาวอิตาเลียน ผลงานของ “สิงห์บลูส์” ตกลงอย่างชัดเจน ชนะเพียง 1 จาก 7 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก และรั้งอันดับ 5 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลถึง 15 คะแนน
หลังเกมเสมอบอร์นมัธ 2-2 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม วิลลี่ กาบาเยโร ผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้เหตุผลว่า มาเรสกามีอาการป่วยจึงไม่ได้ให้สัมภาษณ์ แต่แหล่งข่าวระบุว่า แท้จริงแล้วเขากำลังทบทวนอนาคตของตัวเอง เพียงสองวันต่อมา เชลซีก็ยืนยันแยกทางกับเขาอย่างเป็นทางการ
จากความมั่นคง สู่ความร้าวฉาน
ปลายเดือนพฤศจิกายน เชลซียังดูอยู่ในจุดที่มั่นคง ทีมรั้งอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก และเพิ่งถล่มบาร์เซโลนาในศึกแชมเปียนส์ลีก วันที่ 12 ธันวาคม มาเรสกายังได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก แต่หลังจากนั้น ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
ตลอดเดือนธันวาคม เชลซีชนะเกมลีกเพียงนัดเดียว และปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผลงานในสนามเท่านั้น ความตึงเครียดระหว่างมาเรสกากับฝ่ายบริหารเริ่มปะทุขึ้นอย่างชัดเจน
หลังชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 ซึ่งเป็นชัยชนะนัดเดียวของเดือน มาเรสกากลับให้สัมภาษณ์ว่า 48 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่มาคุมทีม คำพูดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้ผู้บริหาร เพราะถูกมองว่าเป็นการพาดพิงถึงสโมสรโดยตรง ทั้งที่ทีมเพิ่งคว้าชัย
ภายในสโมสรอธิบายว่า ความขัดแย้งเริ่มจากคำแนะนำทางการแพทย์ที่ถูกเพิกเฉย มีความกังวลว่าบางการตัดสินใจเสี่ยงทำให้นักเตะบาดเจ็บซ้ำ หรือในทางกลับกัน ทำให้บางคนถูกพักเกินความจำเป็นเพราะภาระร่างกายสูงเกินไป
มาเรสการู้สึกว่าสโมสรพยายามแทรกแซงการจัดตัวผู้เล่น โดยอิงจาก “มูลค่าทางการตลาด” มากกว่ามุมมองด้านแท็กติก แม้จะยังมีแผนประเมินผลงานหลังจบฤดูกาล แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า มาเรสกาเริ่มพิจารณาการอำลาด้วยตัวเอง จากความไม่พอใจหลายประเด็น ทั้งเรื่องอำนาจการตัดสินใจ และการที่สโมสรไม่ปกป้องเขาต่อเสียงวิจารณ์ภายนอก

ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง
หลังจบฤดูกาลก่อน เชลซีพอใจกับผลงานของมาเรสกาอย่างมาก โดยเฉพาะการคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีก ซึ่งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายหลักของสโมสร รวมถึงแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีก และแชมป์สโมสรโลก เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงอย่าง พอล วินสแตนลีย์, ลอว์เรนซ์ สจ๊วร์ต และ เบห์ดัด เอ็กบาลี
ตามแนวทางที่ตกลงกันตั้งแต่ย้ายมาจากเลสเตอร์ในปี 2024 (ด้วยค่าชดเชยราว 10 ล้านปอนด์) มาเรสกามีหน้าที่โฟกัสงานโค้ช ส่วนโครงสร้างหลังบ้าน การแพทย์ และการซื้อขาย อยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายบริหาร
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพนักเตะหรือโมเดล “ซื้อนักเตะดาวรุ่งจากลีกเล็ก” แต่เป็นเรื่องภาพลักษณ์ของผลงานโค้ช และการถูกแทรกแซงการเลือกตัวผู้เล่น ฤดูกาลนี้ เอเย่นต์ของมาเรสกาเคยแจ้งสโมสรถึงความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยูเวนตุส โดยเฉพาะช่วงที่เป๊ป กวาร์ดิโอลาเคยกล่าวยกย่องว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดในลีก
มาเรสกาส่งสัญญาณว่าหากได้รับสัญญาใหม่ กระแสข่าวจะยุติลง แต่เขายังเหลือสัญญาถึงปี 2029 และความสัมพันธ์กับเจ้าของสโมสรก็ไม่ราบรื่น เขารู้สึกว่าตนถูกกระตุ้นให้โรเตชันนักเตะมากเกินไป ทั้งที่เมื่อทำเช่นนั้นในพรีเมียร์ลีก ทีมกลับทำแต้มหลุดมือ และทุกครั้งที่เขาออกมาวิพากษ์ผ่านสื่อ สโมสรไม่พอใจที่ไม่ได้พูดคุยกันภายในก่อน
มาเรสกายอมรับภายหลังว่าคำพูดหลังเกมเอฟเวอร์ตันเป็นการตั้งใจสื่อสาร ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ
ความไม่ลงรอยที่สะสม
หลังคว้าแชมป์สองรายการในสองฤดูกาลแรก มาเรสกาต้องการได้รับการยอมรับมากกว่าการเป็น “โค้ชของโปรเจกต์” และรู้สึกว่าสโมสรจำกัดบทบาทของเขา เขาต้องการรับงานนอกสนามบางอย่าง และเคยพูดถึงการเขียนหนังสือ แต่ถูกสโมสรปฏิเสธ (แม้แหล่งข่าวใกล้ตัวจะโต้แย้งประเด็นนี้) รวมถึงเคยไปพูดในงาน UFA777 เว็บคาสิโนที่อิตาลีโดยไม่ได้รับอนุญาต
อีกประเด็นคือความไม่พอใจที่สโมสรไม่เซ็นเตอร์แบ็กเพิ่ม หลัง เลวี โคลวิลล์ เอ็นไขว้หน้าฉีกช่วงปรีซีซัน โดยฝ่ายบริหารเกรงว่าจะกระทบต่ออนาคตดาวรุ่งอย่าง จอช อาเชียมปง
นอกจากนี้ เขายังใช้แนวทางแข็งกร้าวกับกลุ่มนักเตะที่ไม่อยู่ในแผน (“bomb squad”) ซึ่งช่วงแรกได้ผล แต่เมื่อบางรายอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง หรือ อักเซล ดิซาซี ไม่สามารถย้ายทีมได้ ก็กลายเป็นปัญหาทางกฎหมายและบรรยากาศในทีม
จุดแตกหัก
สัปดาห์สุดท้ายก่อนแยกทาง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แฟนบอลในสนามโห่ใส่การตัดสินใจเปลี่ยนตัว โคล พาลเมอร์ ออกในเกมแพ้แอสตัน วิลลา และเกมเสมอบอร์นมัธ มาเรสกายืนยันว่าพาลเมอร์สามารถเล่นครบ 90 นาทีได้ แต่ฝ่ายแพทย์แนะนำให้เปลี่ยนตัว ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ความไม่เป็นเอกภาพยิ่งชัดเจน
แม้ช่วงหนึ่งแฟนบอลเคยร้องเพลงเชียร์เขา หลังชนะคาร์ดิฟฟ์ในคาราบาวคัพ แต่ผลงานที่ตกลงและสไตล์การทำทีมที่เน้นความอดทน ช้า และเป็นโครงการระยะยาว ทำให้แฟนจำนวนมากเริ่มต่อต้าน หลายเสียงมองว่า การสนับสนุนมาเรสกาเป็นเพียงการต่อต้านเจ้าของสโมสร UFA777 มากกว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในตัวโค้ช